วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2554

เมื่อรถมีปัญหายามขับรถเที่ยว



เมื่อรถมีปัญหายามขับรถเที่ยว (Lisa)

ถ้าชอบขับรถเที่ยวป่าเที่ยวเขา โดยเฉพาะยามหน้าหนาวอย่างนี้ ก็ต้องเตรียมตัวรับมือกับปัญหาเฉพาะหน้าไว้ให้ดี

เครื่องร้อน มาจากหลายสาเหตุต้องหาสาเหตุให้ได้ก่อนแล้วจึงแก้ไขตรงจุดนั้น เช่น รังผึ้งสกปรกมาก จากการไปลุยโคลนมาแล้วโคลนเข้าไปอุดตันที่รังผึ้ง หรือไปลุยน้ำที่มีตะไคร่น้ำมากแล้วเข้าไปอุดตันที่รังผึ้งให้จอดรถแล้วทำ ความสะอาดรังผึ้งหรือถ้ารถติดเทอร์โบมาแล้วมีปัญหา ก็ให้คุณถอดท่อชุดเทอร์โบที่จะเข้าห้องเครื่องออก แล้วเอาถุงมือหนังตัดออก นำมาอุดปลายท่อแล้วรัดด้วยเข็มขัดหรือลวดให้แน่น

ท่อยางท่อน้ำแตกรั่ว ใช้เทปผ้าพันหลาย ๆ รอบจนคิดว่าแข็งแรงพอรับแรงดันของน้ำได้ แล้วใช้ลวดรัดให้แน่นอีกที หรือถ้ามีเข็มขัดรัดก็ให้ใช้เข็มขัดรัดให้แน่น

หม้อน้ำรั่ว ถ้ามีน้ำยาอุดหม้อน้ำติดรถไว้ก็นำออกมาใช้ได้เลย แต่ควรซื้อติดรถไว้ ราคาไม่ถึง 50 บาท หากไม่มีก็ต้องหาตำแหน่งรอยรั่วของหม้อน้ำให้ได้ ถ้ารูรั่วไม่ใหญ่มาก ลองเหลาไม้เล็ก ๆ ยัดรูไว้แล้วใช้สบู่อัดไว้อีกที เพื่อชะลอการไหลของน้ำขับไปก็หยุดเติมน้ำไปด้วยก็แล้วกัน

น้ำมันเครื่องหมด ถ้าไม่มีน้ำมันเครื่องอะไหล่ก็ใช้น้ำมันพืชนี่แหละแทนได้ ขอให้มีอะไรหล่อลื่นสักอย่างดีกว่าไม่มีเลย และขณะขับอย่าเร่งเครื่องยนต์ให้รอบสูงมากนัก

ฟิวส์ขาด ถ้าไม่มีอะไหล่ก็ใช้สายไฟขนาดเล็ก ๆ ใส่แทนไปก่อน สำหรับคนสูบบุหรี่ก็ใช้กระดาษฟอยล์ในซองบุหรี่ไปก่อน

ถังน้ำมันรั่ว ถ้ารูรั่วขนาดเล็กให้ใช้สบู่อุด ถ้าพอจะวิ่งได้ก็ให้วิ่งต่อไป แต่ถ้ารูใหญ่มากให้เหลาไม้ที่อยู่ตามข้างทางแล้วตอกอัดเข้าไปเลย


ที่มา : http://travel.kapook.com/view7810.html

เทคนิคการขับรถขึ้นดอย



เทคนิคการขับรถขึ้นดอย (อสท)
คอลัมน์ : ช่างกลางแจ้ง
โดย : อภินันท์ บัวภักดี

ช่วง ต้นฤดูหนาวแบบนี้ เราก็ต้องเที่ยวตามภูตามดอย ทักษะการขับรถขึ้นลงในทางชันและคดเคี้ยวบนภูเขา จึงจำเป็นต้องงัดเอามาทบทวนปัดฝุ่นกันให้คุ้นเคย เอ้า ติดตามกันเลยแล้วกัน

การขับขึ้นที่สูงควรใช้ความเร็วแต่พอดี สำคัญที่สุดอย่าปล่อยเกียร์ว่างในช่วงลงเขา เพราะว่าจะไม่สามารถควบคุมความเร็วของรถได้ ตายอย่างเขียดแน่นอน

การใช้เกียร์ ให้ดูจากรอบเครื่องตามความเหมาะสมของความชัน ถ้าคิดจะเปลี่ยนเกียร์ให้ทำก่อนขึ้น เวลาลงที่ลาดชัดให้ระวังให้มาก สมาธิอยู่ที่ถนนและพวงมาลัย ให้แตะเบรกช่วยเพื่อลดความเร็วของรถ โดยแตะปล่อย แตะปล่อย อย่าแตะค้าง เพราะผ้าเบรกจะไหม้

การขับรถบนเขาต้องเจอกับทางโค้งอย่างแน่นอน หากเป็นโค้งที่มองไม่เห็น ก็ใช้สัญญาณแตร อย่าวิ่งจี้คันหน้า เวลาจะแซง อย่าแซงกระชั้นชิด ดูให้ดี ถ้าเห็นว่าข้างหน้าโล่ง ปลอดภัยแล้ว ค่อยกดคันเร่งส่งเลย

การขับรถบนทางโค้งต่อเนื่องรูปตัว s จงมองให้ไกล มองให้ลึก เมื่อแน่ใจว่าทางว่างไม่มีรถสวนมา ให้ถอนคันเร่งลงแล้วเสียบตัดโค้งในแนวการขับเป็นเส้นตรงที่สุด เพื่อลดอัตราการเหวี่ยงของตัวรถ แต่การขับลักษณะนี้ ถ้าไม่แน่ใจเส้นทางข้างหน้าหรือวิสัยทัศน์ไม่ดี ควรขับทางโค้งธรรมดา อยู่ในทางของเราเอง

ป้ายเตือนสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ริมทางมีความสำคัญมาก จะบอกลักษณะทางข้างหน้าที่จะเจอ ควรใส่ใจดู และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

แนะวิธีเช่ารถเที่ยวอย่างปลอดภัย



แนะวิธีเช่ารถเที่ยวอย่างปลอดภัย

กระทรวง มหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แนะนำผู้ที่เช่ารถเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ควรวางแผนก่อนการเดินทาง เลือกเช่ารถจากสถานบริการที่ได้มาตรฐาน พนักงานขับรถมีความพร้อมในการขับรถ มีความชำนาญเส้นทาง และประสบการณ์ในการขับรถเป็นอย่างดี รวมถึงรถที่เช่าต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย โดยเฉพาะในระหว่างการเดินทางควรดูแลให้พนักงานขับรถปฏิบัติตามกฎจราจรอย่าง เคร่งครัดและหมั่นสังเกตกิริยาอาการของพนักงานขับรถตลอดเวลา เพื่อป้องกันการหลับในที่เป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรง

นายอนุชา โมกขะเวส อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า เทศกาลปีใหม่ 2553 มีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน หลายครอบครัววางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดและกลับภูมิลำเนาเป็น จำนวนมาก ทำให้ถนนทุกสายมีปริมาณรถหนาแน่น จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนมากกว่าช่วงเวลาปกติ 3 - 4 เท่า ซึ่งส่วนใหญ่มักเลือกใช้บริการเช่ารถโดยสารสาธารณะ แต่หากเลือกรถเช่าที่ไม่ได้มาตรฐาน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนนได้ง่าย เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเช่ารถโดยสารสาธารณะท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ นี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จึงขอแนะนำวิธีเช่ารถโดยสารอย่างปลอดภัย โดยผู้ติดต่อเช่ารถควรปฏิบัติ ดังนี้

ก่อนออก เดินทาง ควรศึกษาเส้นทางและวางแผนการเดินทางในเส้นทางที่ปลอดภัย เผื่อเวลาในการเดินทางถึงจุดหมายให้เพียงพอ จะได้ไม่ต้องเร่งพนักงานให้ขับรถเร็ว เพื่อทำเวลา รวมทั้งควรวางแผนออกเดินทางในช่วงเวลากลางวันจะปลอดภัยมากกว่าช่วงกลางคืน และช่วยป้องกันพนักงานขับรถมิให้มีอาการหลับในขณะขับรถ

ตรวจสอบพฤติกรรมของพนักงานขับรถ พนักงานขับรถควรนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อป้องกันการหลับในที่จะเป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในช่วงก่อนและระหว่างการเดินทาง มีทักษะ ความชำนาญในการขับรถเป็นอย่างดี เพราะบ่อยครั้งที่มักพบว่าอุบัติเหตุทางถนนเกิดจากความไม่ชำนาญเส้นทาง และขาดประสบการณ์ในการขับรถทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ ในกรณีที่เป็นการเดินทางระยะไกลมากกว่า 400 กิโลเมตร ควรกำชับให้เจ้าของรถ จัดพนักงานขับรถอย่างน้อย 2 คน เพื่อคอยผลัดเปลี่ยนในขณะเดินทาง

ตรวจ สอบสภาพรถ เจ้าของรถเช่าควรนำรถไปตรวจสอบสภาพให้พร้อมก่อนใช้งาน ทั้งระบบเบรก คลัทซ์ ยางรถยนต์ ระบบบังคับเลี้ยว และระบบควบคุมไฟฟ้า เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุทางถนนอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการขับรถในเส้นทางลาดชันและระยะทางไกล ตลอดจนตรวจสอบและติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยประจำรถ เช่น ถังดับเพลิงเคมีแบบ มือถือ ค้อนทุบกระจกและประตูฉุกเฉิน ให้สามารถใช้งานได้ดี

ในระหว่างการเดินทาง ควรควบคุมให้พนักงานขับรถปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ขับรถเร็ว ไม่ตัดหน้ากระชั้นชิด หรือแซงอย่างกะทันหัน เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน รวมถึงหมั่นสังเกตกิริยาอาการของพนักงานขับรถให้อยู่ในสภาพพร้อมขับขี่ตลอด เวลา หากพบว่าพนักงานขับรถเหยียบเบรกบ่อย ๆ นั่งนิ่งนาน ๆ หรือมีอาการหาวบ่อย ควรสั่งให้หยุดจอดพักรถในบริเวณที่ปลอดภัย เพื่อพักผ่อนหรือเปลี่ยนให้ผู้อื่นขับแทน

สุด ท้ายนี้ หากประชาชนประสบอุบัติภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ สามารถติดต่อแจ้งเหตุได้ทางสายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป


เที่ยวทะเลไทย เตรียมไปให้พร้อม..



เที่ยวทะเลไทย เตรียมไปให้พร้อม (อสท.)

เมื่อจะเดินทางท่องเที่ยวไปยังสถานที่ต่าง ๆ เราจำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ รวมถึงสิ่งจำเป็นทั้งหลาย เพื่อให้การเดินทางเป็นไปด้วยความสุข ความประทับใจ และเพิ่มประสบการณ์ดี ๆ ให้กับชีวิต อย่างแรกต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมที่จะออกไปรับกับสิ่งใหม่ และเปิดใจให้กว้างเพื่อเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต ส่วนอุปกรณ์และสิ่งจำเป็นก็มีไม่มากนัก เปิดกระเป๋าและลองดูว่าคุณมีอุปกรณ์พร้อมแล้วหรือยัง …

ครีมกันแดด
หมวกปีกกว้าง
รองเท้าแตะ
กางเกงขาสั้น
เสื้อสวมใส่สบาย
ชุดว่ายน้ำ
แว่นกันแดด
ยาประจำตัว โดยฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรเตรียมยาประจำตัวและอุปกรณ์ปฐมพยาบาลไว้ให้พร้อม
กล้องถ่ายรูป สำหรับผั้ชื่นชอบการถ่ายภาพ คงจะไม่ลืมกล้องถ่ายภาพและอุปกรณืไว้บันทึกภาพสวย ๆ อย่างแน่นอน

เมื่ออุปกรณ์ประจำตัวพร้อม "ยานพาหนะ" ที่จะพาเราไปยังจุดหมาย ก็เป็นลำดับต่อไปที่ต้องเตรียมการให้พร้อม สำหรับผู้ที่ขับรถไปเอง ควรนำรถสุดรักของคุณเข้าไปตรวจสอบที่ศูนย์บริการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองอากาศ เพื่อความปลอดภัยในทุกสภาพการเดินทาง หากจะเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เราต้องจัดตารางเดินทางให้สอดคล้องกับโปรแกรมท่องเที่ยว โดยตรวจสอบตารางเวลาการเดินรถโดยสาร รถไฟ หรือเครื่องบิน ทั้งไปและกลับ หากเดินทางต่อไปเกาะ เราควรตรวจสอบเวลาเรือข้ามฟาก เพื่อให้พอดีกับเวลา จะได้ไม่พลาดเที่ยวเรือ

จุดหมายสุดท้ายของเราคือ "ที่พักแรม" แม้ ที่พักค้างคืนจะมีมากมาย หรือการที่หัวใจนักเดินทางของคุณบอกว่า "ค่ำไหนนอนนั่น" แต่การเลือกสถานที่พักแรมก็เป็นเรื่องจำเป้นมากที่สุดในการพักผ่อน หลังจากเดินทางมายาวไกล และเตรียมแรงให้พร้อมสำหรับวันต่อไป เราจึงต้องสำรวจให้ดี โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาวหรือเทศกาลท่องเที่ยว หรือหากเป็นที่พักริมหาดที่ต้องจองล่วงหน้า ในช่วงเวลาดี ๆ แบบนี้ นักท่องเที่ยวก็จะมากตามไปด้วย

พอทุกอย่างพร้อม ใจพร้อม ก็แบกกระเป๋าออกเดินทางกัน...

10 วิธี ตั้งแคมป์ ลดโลกร้อน...



การตั้งแคมป์เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นกิจกรรมที่สามารถสัมผัสกับธรรมชาติได้อย่างใกล้ชิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการตั้งแคมป์นอกจากจะให้เกิดความสนุกแล้ว ยังจะต้องช่วยลดโลกร้อนได้ด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมขอเสนอ 10 วิธี การตั้งแคมป์ดี ๆ ที่ช่วยลดความร้อนให้กับโลกได้ จะมีวิธีการใดบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เตรียมอุปกรณ์ในการตั้งแคมป์ให้พร้อม

ไม่ว่าจะเป็นเต็นท์ กระติกน้ำ เสื้อผ้า เข็มทิศ และสิ่งของที่จำเป็นต่าง ๆ ควรจะมีการเตรียมเอาไว้ให้พร้อมก่อนที่จะออกเดินทาง สำรวจดูว่ายังสามารถใช้การได้หรือไม่ เพื่อความปลอดภัยและพร้อมใช้ในทันทีที่มีการตั้งแคมป์

2. อะไรที่ไม่จำเป็น ก็ไม่ต้องเอาไป

คุณจะไปตั้งแคมป์เพื่อพักผ่อนและสัมผัสกับธรรมชาติ ดังนั้น อุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ อย่างเช่น โน้ตบุ๊ก เครื่องเล่นเพลงต่าง ๆ ก็ไม่ควรที่จะนำไปด้วย เพราะนอกจากจะไม่ได้ใช้งานแล้ว ยังทำให้เป็นการเพิ่มน้ำหนักของกระเป๋าที่มากเกินเหตุ

3. ตั้งแคมป์ในสถานที่ที่ปลอดภัย

ลดระยะเวลาและการใช้พลังงาน ด้วยการตั้งแคมป์ให้ใกล้กับส่วนที่เป็นอุทยานแห่งชาติหรือหมู่บ้าน เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินกับคุณ ก็สามารถขอความช่วยเหลือได้โดยง่าย ขณะเดียวกัน ยังเป็นการรับประกันถึงความปลอดภัยของสถานที่ ได้ดีในระดับหนึ่งอีกด้วย

4. ทำตามคำเตือนอย่างเคร่งครัด

ในระหว่างการเดินทางไปตั้งแคมป์ ตามเส้นทางต่าง ๆ ถือว่ามีความอันตรายทั้งสิ้น ดังนั้น คุณจึงควรที่จะทำตามป้ายคำเตือนต่าง ๆ ที่ติดอยู่ตามระหว่างทางอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการหลงทาง หรือทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ

5. เลือกทำเลที่จะตั้งแคมป์ให้ดี

สอบถามข้อมูลของสถานที่ที่จะตั้งแคมป์จากเจ้าหน้าที่ หรือชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้น ว่าปลอดภัยดีหรือไม่ ที่สำคัญควรกางเต็นท์บนที่ราบเรียบ ปราศจากของแหลมคม เช่น ตอไม้ที่ตัดไว้ไม่หมด หรือก้อนหินที่มีมุมแหลม เพราะนอกจากจะนอนไม่เป็นสุขแล้ว อาจจะทำให้พื้นเต็นท์เกิดความเสียหายฉีกขาดได้

6. ก่อกองไฟอย่างปลอดภัย


กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการตั้งแคมป์ก็คือ การก่อกองไฟ เพราะการก่อกองไฟมีประโยชน์ต่อการหุงหาอาหาร ป้องกันอันตรายจากสัตว์บางชนิด และยังให้ความอบอุ่นในยามค่ำคืนได้เป็นอย่างดี ดังนั้น สถานที่ก่อกองไฟจึงควรเป็นบริเวณพื้นที่แห้ง อับลม เปิดโล่ง ปราศจากใบไม้และกิ่งไม้ ซึ่งจะเป็นต้นเหตุให้ไฟลุกลามออกนอกกอง และควรที่จะดับกองไฟนั้นก่อนที่คุณจะเข้านอน และเก็บเต็นท์กลับบ้าน

7. ใช้ภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

ไม่ว่าจะเป็นแก้วน้ำ จาน ชาม หรือภาชนะอะไรก็แล้วแต่ ที่นำมาใช้ในการตั้งแคมป์ ก็ควรจะเป็นภาชนะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ เพราะนอกจากจะทำให้ประหยัดแล้ว ยังทำให้เกิดขยะน้อยชิ้นลงอีกด้วย

8. จัดการธุระส่วนตัวให้เป็นที่เป็นทาง

ตามธรรมชาติของมนุษย์ จะมีการขับถ่ายของเสียทั้งถ่ายหนักและเบาออกจากร่างกายอยู่ทุกวัน ดังนั้น จึงควรที่จะจัดการทำธุระส่วนนี้ให้เป็นที่เป็นทาง เพื่อให้ถูกต้องตามสุขลักษณะและไม่เป็นการทำลายธรรมชาติ

9. เลือกสารพัดของใช้ในห้องน้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สบู่ ครีมโกนหนวด เหล่านี้ถือเป็นสิ่งของที่ไม่จำเป็นที่ไม่ควรนำติดตัวมาด้วย ดังนั้น หากคุณต้องการใช้สิ่งของเหล่านี้ ก็ควรเลือกของที่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติจะดีที่สุด

10. เก็บขยะไปทิ้งให้ถูกที่ถูกทาง

ห่ออาหารพลาสติก กระป๋องอาหาร เศษกระดาษต่าง ๆ ที่ไม่สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ขอให้นำกลับไปทิ้งในถังขยะด้วย ห้ามทิ้งขว้างอย่างไร้สามัญสำนึก เพราะไม่อย่างงั้นแล้วจะเป็นการทำลายความสวยงาม และสิ่งแวดล้อมของธรรมชาติอย่างรุนแรงเลยทีเดียว

ได้ สัมผัสกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดแบบนี้แล้ว ทางกระปุกดอทคอมก็ขอให้คุณเพลิดเพลินกับการตั้งแคมป์อย่างเต็มที่ ที่สำคัญอย่าลืมทำตามที่เราได้แนะนำคุณด้วย เพื่อให้โลกใบนี้น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม

เที่ยวแบบครอบครัว เตรียมตัวอย่างไร ?



เที่ยวแบบครอบครัว เตรียมตัวอย่างไร (Momypedia)
โดย: กองบรรณาธิการ


จะเที่ยวทั้งทีต้องเที่ยวให้สนุกและได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน ขอแนะวิธีเที่ยวให้สนุกสุด ๆ ไร้กังวลมาบอกกันค่ะ

พอมีวันหยุดยาว ๆ ทีไร ใจมันเต้นตึ้กตั้ก เกิดอาการคึกคักอยู่บ้านไม่ติดค่ะ ทั้งพ่อแม่ลูก ขอบอกว่ายิ่งลูกโตยิ่งเที่ยวสนุก เพราะเขาช่วยเหลือตัวเองได้ดีแล้ว แถมยังสามารถเป็นเรี่ยวแรงช่วยพ่อแม่ จัดเตรียมข้าวของและช่วยเหลือเราในเรื่องต่าง ๆ ได้ดีทีเดียวค่ะ

เที่ยวอย่างไรให้ทั้ง ...สนุกและได้เรียนรู้

ทีนี้จะเที่ยวให้สนุก ก็ต้องมีการเตรียมตัวกันสักหน่อย เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลกันก่อนค่ะ แหล่งที่คุณจะหาข้อมูลเส้นทางและสถานที่ท่องเที่ยว ได้แก่

ยุคนี้อินเตอร์เน็ตย่อโลกเข้ามาใกล้คุณค่ะ เข้า web ที่เป็น search engine ทั้งหลาย เช่น เว็บ google, เว็บกระปุก,เว็บพันทิป หรือ เว็บการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือให้ลูก ๆ เขาช่วยสิคะ เพราะเขาชำนาญในการใช้อินเทอร์เนตกว่าเรา ช่วยกันดูกับลูก ช่วยกันวางแผน เป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันได้เป็นอย่างดี

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย โทร. 1672

หนังสือ แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว หาซื้อตามร้านหนังสือทั่วไป หรือแผ่นพับ โบรชัวร์ คู่มือเล่มเล็ก ขอได้จากททท. และศูนย์ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ถามเพื่อน ๆ บางทีเรามองข้ามการหาข้อมูลจากคนใกล้ตัวไป (ให้รายละเอียดได้ดีกว่าการท่องเที่ยวฯซะอีก) หรือเข้าร่วม

ชมรมต่าง ๆ เช่น ชมรมจักรยานแห่งประเทศไทย ฯลฯ

เตรียมเส้นทาง

การ เตรียมศึกษาเส้นทางไว้ก่อนล่วงหน้า จะทำให้ไม่เสียเวลาหลง หรือหากเจอทางรถติด ก็อาจเลี่ยงไปใช้ทางอื่นได้(เพราะรู้เส้นทางล่วงหน้า) และทำให้รู้ระยะเวลาในการเดินทางไปแต่ละที่

หาซื้อแผนที่ติดรถ ทั้งแผนที่กรุงเทพ แผนที่ประเทศไทยโดยรวม แผนที่เส้นทางหลวง แผนที่จังหวัดที่จะไป

ศึกษา แผนที่ให้ดีก่อน ขอบอกว่าคนไม่เคยดูแผนที่มาก่อนจะดูยาก และอาจเป็นเหตุให้คนขับกับเนวิเกเตอร์ทะเลาะกันเปล่า ๆ อาจจะใช้ marker ขีดเส้นทางและสถานที่ที่จะไปไว้

เตรียมเวลา

การจัดการเรื่องเวลามีส่วนสำคัญมากในการเที่ยว บางคนบอกว่า ทำงานยุ่งมากไม่มีเวลาไปเที่ยวกับลูกหรอก แต่จริง ๆ ถ้าเราจัดการเรื่องเวลาดี ๆ เราก็สามารถไปเที่ยวได้ และจะทำให้เที่ยวได้อย่างคุ้มค่า สนุก และไม่เหนื่อยเกินไปอย่างแรก ดูเวลาของคนทั้งครอบครัวก่อนว่า เหมาะจะไปเที่ยวแบบไหน เที่ยววันเดียว...ไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืน (ในเรื่องนี้งบประมาณก็สำคัญค่ะ) สำหรับคนที่ busy มาก ๆ เลือกแบบไปเช้าเย็นกลับก็ดีค่ะ

ต้อง ศึกษาก่อนว่า การเดินทางไปแต่ละที่ใช้เวลาเท่าไร และควรจะเที่ยวตรงนั้นนานเท่าใด โดยเฉพาะถ้าเป็นการเที่ยวแบบวันเดียวจบ เผื่อการจราจรติดขัดด้วย

ถ้า เป็นไปได้ การเที่ยวในวันธรรมดาที่ไม่ใช่วันหยุด หรือเทศกาล จะเที่ยวได้สบาย ๆ รถไม่ติด ไม่ต้องเบียดเสียดกันเที่ยว(ขอบอกว่าหมดอารมณ์จริง ๆ )

ออกเดินทางแต่เช้าตรู่ ไม่เกิน 7 โมงเช้า ได้สูดอากาศเช้าปลอดโปร่ง ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น แดดรำไร สบายใจสบายตาค่ะ

เตรียมพร้อมความปลอดภัย

ความปลอดภัยในการเดินทางเป็นข้อคำนึงถึงอันดับหนึ่งค่ะ ซึ่งได้แก่

ตรวจเช็ครถยนต์ที่ใช้เดินทาง อุปกรณ์เพื่อความปลอดภัย เช่น เบรค สภาพยาง เข็มขัดนิรภัย สำหรับเด็กเล็กต้องมีเบาะนั่งนิรภัย ฯลฯ

ตรวจเช็คสถานที่ที่จะไปและเส้นทางว่าเสี่ยงต่อความปลอดภัยบ้างไหม เช่น ถนนหนทางเปลี่ยว สภาพถนนไม่ดี เป็นต้น

สุขภาพ ของสมาชิกที่ร่วมเดินทาง มีโรคประจำตัวหรือไม่ ต้องเตรียมยาด้วย หรือเด็กเล็กต้องเตรียมยาฉุกเฉิน เช่น ยาลดไข้ ยาสามัญประจำบ้าน ฯลฯ



เตรียมข้าวของ

การยก "ครัว" ไปเที่ยวโกลาหลพอสมควรค่ะ แต่น่าดีใจสำหรับคนมีลูกโต ว่าช่วยเหลือตัวเองได้มาก มีข้อแนะนำในเรื่องการเตรียมข้าวของว่า ให้ลูก ๆ หัดเตรียมข้าวของของเขาเอง เช่น เสื้อผ้า ถ้าไปเที่ยววันเดียวมีเสื้อผ้าไปสำรองสักชุดก็ดี(เผื่อเล่นน้ำ หรือมอมแมม)กระติกน้ำ หมวก สมุดบันทึก ปากกา ฯลฯ

เตรียม อาหารไปด้วยจะประหยัดกว่าเยอะค่ะ ถ้ามีเวลาเตรียมอาหารกลางวันที่หอบไปได้สะดวก อย่างเช่น ข้าวผัด หรือข้าวกับหมูทอด ไก่ทอด ไข่เจียว ไข่ต้ม แซนด์วิช ชวนลูกช่วยกันเตรียมคนละไม้คนละมือ

กล้องถ่ายรูป วิดีโอ ถ้ามี ช่วยให้ลูกจดจำเรียนรู้ได้ดีกว่าดูด้วยตาเฉย ๆ

หนังสือ คู่มือ เกี่ยวกับสถานที่ที่จะไป หากมีเวลาคุณพ่อคุณแม่ค้นคว้าประวัติหรือรายละเอียดไว้ล่วงหน้า เวลาไปเที่ยวจะได้มีภูมิไว้บรรยายให้ลูกฟัง จะทำให้การเที่ยวมีความหมายขึ้นอีกมากทีเดียวค่ะ



ข้อควรปฏิบัติในการดำน้ำ




ข้อควรปฎิบัติในการดำน้ำ (อสท)

"การดำน้ำ" ถือเป็นกิจกรรมทางน้ำที่ได้รับความนิยมมากชนิดหนึ่ง เพราะเสมือนได้เปิดโลกกว้างไปยลโฉมความงดงามใต้ท้องทะเล จึงไม่ต้องแปลกใจหากในปี ๆ หนึ่ง จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปดำน้ำในสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก อีกทั้งทะเลไทย ไม่ว่าจะเป็นทางฝั่งอันดามันหรืออ่าวไทย ก็จัดได้ว่าสวยงามจนติดอันดับโลกหลายที่ แต่กิจกรรมการดำน้ำต้องยึดเอาความปลอดภัยเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้น วันนี้เรามีข้อควรปฎิบัติในการดำน้ำมาบอกกันด้วยค่ะ

1. ความปลอดภัย

ไม่ดื่มสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก

รับประทานอาหารในระดับที่เหมาะสม ไม่ควรรับประทานแบบอิ่มจัดก่อนการดำน้ำตื้นและดำน้ำลึก

ให้ว่ายน้ำใกล้ท่าเทียบเรือ ใกล้เรือที่จอดอยู่ หรือบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยอยู่

มีการจัดเจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยให้แก่นักดำน้ำ บริเวณชายฝั่ง บนท่าเทียบเรือ หรือบนเรือ

ควรดำน้ำเป็นคู่ หรือมีเพื่อนดำน้ำด้วย

หาก ประสบปัญหาในขณะดำน้ำ ให้ยกมือข้างหนึ่งข้างโบกไปมาเหนือศรีษะ และให้ฟังข้อแนะนำจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างระมัดระวัง ในขณะที่ได้รับความช่วยเหลือ

ไม่ดำน้ำในบริเวณเข้า-ออกของเรือ หรือบริเวณจุดจอดเรือ

ขณะ ไปดำน้ำ สิ่งที่อันตรายที่สุดคือ โดนเรือชน หรือถูกใบพัดเรือฟัน นักดำน้ำจึงควรป้องกันระวังตัวเองด้วยการไม่ว่ายเข้าใกล้เรือ ขณะเรือวิ่งเป็นอันขาด หากว่าเรือวิ่งเข้าให้เงยหน้ามองเรือ ผู้ขับเรือจะเห็นได้ชัดเจน

ควรดำน้ำในช่วงเวลาและสถานที่ซึ่งผู้ควบคุมกำหนดให้ หลีกเลี่ยงช่วงที่มีคลื่น หรือกระแสน้ำแรง

การดำน้ำลึกแบบสกูบาต้องมีบัตรดำน้ำ ควรปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด และอย่าเรียนด้วยตัวเอง

คำ เตือนของเจ้าหน้าที่ ผู้ดูแล และลูกเรือ เป็นสิ่งสำคัญมาก ผู้ดำน้ำจึงควรรับผิดชอบตัวเองและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายถึงชีวิต




2. การเตรียมอุปกรณ์ในการดำน้ำลึก

ใช้ตะกั่วถ่วงน้ำหนักให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันการจมลงไปกระแทกแนวปะการัง เราสามารถควบคุมการลอยตัวได้ โดยการใช้ตะกั่วน้ำหนักที่สมดุลกับร่างกาย และควบคุมลมหายใจ

ควรตรวจให้แน่ใจว่าอุปกรณ์มีขนาดพอดีกับตัวเอง เพราะหากอยู่ในน้ำจะปรับหรือเปลี่ยนได้ยาก

ควรสวมชูชีพขณะดำน้ำไว้ตลอดเวลา

ระหว่างอยู่ใต้น้ำหรือผิวน้ำ ควรตรวจสอบอุปกรณ์อยู่เสมอว่ายังอยู่กับตัวตลอดเวลา และใช้งานได้ดี

อุปกรณ์การถ่ายภาพอาจมีผลต่อการดำน้ำในเรื่องการลอยตัว และเคลื่อนที่ในน้ำ อย่าวางอุปกรณ์ต่าง ๆ หรือของแปลกปลอมลงบนปะการังเมื่อต้องการถ่ายภาพ

เก็บอุปกรณ์ที่เป็นสายระโยงระยางให้เรียบร้อย สายอากาศสำรอง หรือสายวัดอากาศมักลากไปเกี่ยวกับปะการังอยู่เสมอ

รัดเข็มขัดตะกั่วให้เรียบร้อย เพราะถ้าหากเข็มขัดตะกั่วตกลงไป จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ปะการังได้

3. การเตรียมอุปกรณ์ดำน้ำตื้น

หน้ากาก (Mask) ช่วยไม่ให้น้ำสัมผัสกับหน้าและจมูกของคุณ หน้ากากทำจากยางซิลิโคนนิ่ม ๆ มีสายรัดหน้ากากที่สามารถปรับแต่งให้กระชับได้ กระจกเป็นชนิดที่ทนต่อแรงดันของน้ำ และในบางรุ่นจะมีวาล์วระบายน้ำ เวลาที่น้ำเข้าหน้ากาก

เสื้อชูชีพ ต้องรัดสายทุกเส้นถูกต้องและกระชับ โดยเฉพาะสายรัดเป้า ปัญหาที่พบเมื่อไม่รัดให้ถูกต้อง เวลาลงน้ำชูชีพจะลอยขึ้นมาดันคอหรือท่อหายใจ และที่สำคัญเสื้อชูชีพควรมีนกหวีด เพื่อไว้ใช้ในกรณีขอความช่วยเหลือเมื่ออยู่ห่างจากท่าเรือ หรือเกิดกรณีฉุกเฉิน

ท่อหายใจ (Snorkel) ช่วยให้คุณก้มหน้ากับผิวน้ำได้เป็นเวลานาน โดยไม่ต้องเงยหน้าขึ้นมาหายใจ ท่อหายใจมีให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบธรรมดาและชนิดที่มีวาล์วระบายน้ำ เพื่อความสะดวกในการระบายน้ำออก เมื่อมีน้ำเข้าท่อหายใจ

ตีบกบ (Fins) ช่วยทำให้เคลื่อนไหวสะดวกเวลาอยู่ในน้ำ เพราะในน้ำเราใช้เท้าเคลื่อนไหวมากกว่ามือ เมื่อใส่ตีนกบแล้วจะเพิ่มประสิทธิภาพในการเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ซึ่งตีนกบมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบเปิดส้น (Open-heel fins) ซึ่งต้องสวมบูตก่อนแล้วจึงสวมตีนกบ และแบบปิดส้น (Full-heel fins) ซึ่งสามารถสวมตีนกบได้เลย เหมือนสวมรองเท้าปกติ ในการดำน้ำตื้นนิยมใช้แบบปิดส้นมากกว่า


ที่มา : http://travel.kapook.com/view27491.html